ข้อดีของพนักงานออฟฟิศ

ทุกคนมีความใฝ่ฝันที่อยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานด้วยกันทั้งนั้น แต่การที่จะไปถึงจุดนั้นได้ไม่ใช่ง่ายๆ ทำให้หลายคนเริ่มที่จะเลือกทำอาชีพอิสระกันมากกว่า แต่หากพิจารณาดีๆแล้วข้อดีที่พนักงานออฟฟิศได้รับมีอยู่มากมายด้วยกัน ดังนี้

1.มีสวัสดิการดีๆ เช่น โบนัส ค่าเดินทาง ประกันสังคม ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ การจัดสัมมนาให้ความรู้  การไปศึกษาดูงานยังต่างประเทศ เป็นต้น

2.เหล่ามนุษย์เงินเดือนสามารถวางแผนไปเรียนเสริมเพื่อพัฒนาศักยภาพในสิ่งที่ตัวเองสนใจได้ตลอดเวลา เพราะมีวันหยุดที่แน่นอน

3.มีโอกาสได้เรียนรู้งานใหม่ ๆ หลายคนทำงานไม่เกี่ยวข้องกับสายที่เรียนมา แต่เมื่อก้าวเข้าสู่โลกทำงานแล้วการทำงาน การสั่งสมประสบการณ์จะช่วยทำให้คุณมีความสามารถที่หลากหลายมากขึ้น บางคนได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ จากงานที่ทำช่วยให้คุณเริ่มรู้ว่าตัวเองชอบหรือสนใจงานลักษณะไหน หรืองานอาชีพอะไร

4.มีโอกาสก้าวไปสู่งานที่ชอบ จากการสั่งสมประสบการณ์การทำงาน ได้ฝึกฝนทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในโลกแห่งความเป็นจริง หลายคนเรียนจบมาแบบไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับงานแบบไหน แต่จากการได้ทำงานจริง ๆ จะช่วยให้คุณรู้ว่าตัวเองเหมาะกับงานไหน ถนัดทำอะไร

5.มีเงินเดือนในแต่ละเดือนที่แน่นอน และเงินเหล่านั้นเข้าบัญชีเป็นประจำ

6.มีวันลามากมาย เช่น ลากิจ ลาป่วย ลาพักร้อน ซึ่งแตกต่างจากฟรีแลนซ์ที่ไม่มีวันหยุดที่แน่นอน

7.มีการอนุมัติเงินกู้ง่ายกว่า เพราะ มีรายได้ประจำที่แน่นอน ไม่ว่าจะผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

8.มีโอกาสรู้จักคนใหม่ๆในที่ทำงานเดียวกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่ใช่เพื่อน หรือญาติสนิทกัน ช่วยทำให้เห็นโลกได้กว้างขึ้น และมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีขึ้น

จะเห็นได้ว่าข้อดีของการทำงานมีอยู่มากมาย ถึงแม้จะต้องเจอกับปัญหาซ้ำซากจำเจในการทำงาน แต่อย่าลืมว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยฝึกฝนทักษะการทำงานให้ดีขึ้น ช่วยขัดเกลาให้คุณได้รู้จักโลกมากขึ้น ได้พบเจอคนหลายประเภททำให้สามารถกำหนดสิ่งที่จำเป็นต้องทำได้อย่างแม่นยำและชัดเจน

ข้อคิดสู่ความสำเร็จสำหรับคนทำงานยุคใหม่

คุณสมบัติที่ดีอย่างหนึ่งของมนุษย์คือการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากรุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นหนึ่งได้ ทำให้มนุษย์เรามีความก้าวหน้ามาถึงทุกวันนี้ เราจะเห็นว่าปัจจุบันพัฒนากว่าอดีต และอนาคตต้องพัฒนาก้าวหน้าไปมากกว่าปัจจุบันอย่างแน่นอน ใครก็ตามที่ไม่ยอมเรียนรู้ประสบการณ์ในอดีต ย่อมมีโอกาสผิดพลาดซ้ำกับคนรุ่นก่อน ใครก็ตามที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ๆ ย่อมมีโอกาสก้าวหน้าน้อยกว่าคนอื่น

ในสังคมของคนทำงานมีคนอยู่สองกลุ่มใหญ่ๆคือ คนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ แต่คนในสองกลุ่มนี้ก็สามารถแบ่งออกได้สองกลุ่มเช่นกันคือ กลุ่มคนที่ยึดติดกับอดีตไม่ค่อยชอบการเปลี่ยนแปลง กับกลุ่มคนที่ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆชอบการเปลี่ยนแปลง

ดังนั้น การเป็นคนทำงานยุคใหม่หรือยุคเก่าจึงไม่ได้อยู่ที่อายุตัวหรืออายุงาน แต่อยู่ที่การปรับตัวในการทำงานมากกว่า เราจะเห็นว่าคนที่มีอายุตัวหรืออายุงานมากบางคน เป็นคนที่ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ไม่กลัวเทคโนโลยี พร้อมเปลี่ยนแปลงตัวเอง ในขณะที่คนรุ่นใหม่บางคนชอบทำงานแบบคนรุ่นก่อนๆ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ทำงานแบบไหนก็อยากทำเหมือนเดิมไปตลอด จึงสรุปไม่ได้ว่าคนทำงานยุคใหม่คือคนที่มีอายุน้อยเท่านั้น

เพื่อให้คนทำงานที่มีความคิดทันสมัย(ทั้งคนที่อายุมากและอายุน้อย)มีเส้นทางการทำงานที่สดใส จึงขอให้ข้อคิดและแนวทางในการทำงานสู่ความสำเร็จดังนี้

ประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนคือมรดกอันล้ำค่า
คนเราเกิดมามีชีวิตเพียงรอบเดียว ไม่เหมือนเกมส์คอมพิวเตอร์ที่มีชีวิตที่หนึ่ง สอง สาม ตายแล้วเล่นใหม่ได้ ดังนั้น ในช่วงชีวิตโดยเฉพาะชีวิตแห่งการทำงาน คนทำงานรุ่นใหม่จึงควรป้องกันความผิดพลาดให้กับตัวเองโดยการเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนๆ ซึ่งมีทั้งประสบการณ์ที่เป็นความผิดพลาดที่สามารถนำมาใช้ในการวางแผนป้องกันไม่ให้เราผิดพลาดซ้ำเรื่องเดียวกันกับคนรุ่นก่อน และนำเอาประสบการณ์ที่ดีของคนรุ่นก่อนมาเป็นสะพานในการก้าวไปสู่ความสำเร็จในการทำงาน ดังนั้น อย่าดูถูกหรือมองข้ามประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนว่าโบราณคร่ำครึ ไม่ทันสมัย

บริหารงานแบบใหม่ แต่ใส่ใจในการบริหารคนแบบเก่า
ใครอยากจะประสบความสำเร็จในการทำงาน จงเรียนรู้เทคโนโลยีและเครื่องมือการบริหารจัดการสมัยใหม่ให้มาก แต่ควรนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเหลือน้อยลง เช่น ใช้อินเตอร์เน็ตในการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงาน แต่ควรจะมีเวลาพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานแบบซึ่งหน้าบ้าง ไม่ใช่อะไรๆก็ให้เทคโนโลยีพูดแทน นอกจากนี้ เราจะเห็นว่าคนทำงานรุ่นก่อนๆมีความสัมพันธ์กันดีมาก คนที่เคยทำงานในองค์กรเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะจากกันไปกี่ปีก็ตาม เวลามาเจอกันความสัมพันธ์ก็ยังแน่นแฟ้นเหมือนเดิม จึงอยากให้คนทำงานรุ่นใหม่ อย่าลืมวัฒนธรรมในการทำงานร่วมกันของคนรุ่นก่อนๆ เพราะยิ่งเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากเท่าไหร่ คนที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่คนที่จะประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องเข้าใจคนมากขึ้นด้วย

การเป็นคนทำงานยุคใหม่เป็นได้ไม่ยาก แต่การที่จะเป็นคนทำงานยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จนั้นเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร เพราะต้องทำตัวเองให้แตกต่างจากคนทำงานรุ่นใหม่ทั่วๆไป ต้องอาศัยทั้งประวัติศาสตร์การทำงานของคนรุ่นเก่า ต้องมีทักษะในการทำงานแบบคนรุ่นใหม่ และจะต้องบริหารตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัยในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งล่อใจให้ตกหลุมพรางของกิเลส จึงอยากจะให้คนรุ่นใหม่ที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานนำไปคิดและวางแผนชีวิตให้มีประสิทธิภาพต่อไป

โบนัสประจำปีเป็นตัวจูงใจต่อความกระตือรือร้นของพนักงาน

มนุษย์เรามีความคาดหวัง และที่สำคัญหากคาดหวังแล้วไม่ได้ตามที่คาดหวังก็จะเกิดอาการผิดหวัง และคนเราเมื่อผิดหวังก็จะเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองในเรื่องของโบนัสก็เช่นเดียวกัน หากตลอดปีที่ทำงานมาพนักงานสร้างความคาดหวังมาโดยตลอดว่าจะได้โบนัสเป็นกอบเป็นกำตามกติกาที่ตกลงกัน แต่เมื่อมาถึงสิ้นปีความหวังพังทลายลงเพราะไม่เป็นไปตามความคาดหวัง หากไม่มีเหตุผลที่อธิบายได้อย่างสมเหตุสมผลในความคิดของเขาแล้ว จากที่เคยเป็นคนดีในองค์กรอาจกลายเป็นคนดีแตกที่สิ้นหวัง เปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานของตน และในที่สุดก็อาจตัดสินใจเปลี่ยนองค์กรเลยก็เป็นได้

โบนัส เป็นการให้รางวัลตอบแทนแก่พนักงานที่ร่วมกันทำให้บริษัทประสบผลสำเร็จในรอบปีที่ผ่านมา โดยถ้าบริษัทมีผลสำเร็จสูงก็ควรจะให้โบนัสแก่พนักงานมาก แต่ถ้าประสบผลสำเร็จน้อยก็อาจจะให้โบนัสน้อย หรือไม่ให้เลยก็ได้ ซึ่งก็ต้องสื่อสารให้พนักงานมีความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย ดังนั้นโบนัสจึงเป็นรางวัลตอบแทนต่อผลสำเร็จที่ผ่านมาแล้ว จึงมีผลเป็นตัวกระตุ้นจูงใจต่อความมุ่งมั่นกระตือรือร้นของพนักงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ค่อนข้างน้อย จะเห็นได้จากงานวิจัยทางจิตวิทยาหลายๆงานในเรื่องโบนัสที่พบว่าพนักงานจะกระตือรือร้นในงานต่อไปอีกไม่นานนัก ภายหลังจากที่ได้รับเงินโบนัส แล้วความกระตือรือร้นก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว แต่จะค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง เมื่ออยู่ในช่วงเวลาประเมินผลก่อนจ่ายโบนัส

เมื่อผลประกอบการเมื่อสิ้นปีสามารถสรุปออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วปรากฎว่ามีผลประกอบการที่ปิดในแดนบวกหรือที่เรียกว่ามีกำไร สิ่งที่ผู้ประกอบการควรทำคือจัดเงินโบนัสประจำปีให้กับพนักงานทุกคน โดยพนักงานอาจจะได้โบนัสสักประมาณ 1-2 เท่าของเงินเดือน แต่สำหรับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันโบนัสแค่ครึ่งเดือนของเงินเดือนประจำก็ถือว่าดีแล้ว แต่หากบริษัทไม่มีกำไรจากผลประกอบการเลยก็ขอให้พิจารณาปรับฐานเงินเดือนแทนไปก่อนอาจจะสักประมาณ 5-10% เป็นต้น เพราะถึงอย่างไรเสียเรื่องของโบนัสประจำปีก็กลายเป็นธรรมเนียมไปเสียแล้วที่ผู้ประกอบการจะต้องจ่ายให้กับพนักงานแต่จะอยู่ในรูปแบบอะไรเท่านั้นเอง

ช่วงชีวิตคนเราสั้นนักฉะนั้นไม่ควรเสียเวลาไปกับความคิดลบๆ ที่ทำให้ตัวเองเครียดและทุกข์

Filed: อินเตอร์เน็ต @ 11:00am on December 30, 2014 No comments yet! :(

32

ความเครียดกับคนทำงานแยกกันไม่ค่อยออก คุณว่าไหม ไม่ว่าจะอยู่ในงานประเภทไหน ตำแหน่งอะไร ดูเหมือนว่าความเครียดก็สามารถแทรกตัวเข้าไปแนบชิดกับเราได้ทั้งแบบรู้ตัว และไม่รู้ตัว ถ้าเพียงแต่เราปล่อยให้ความคิดด้านลบเข้ามาเกาะกินความเครียดที่เกิดขึ้นนั้นก็มาจากความ คิดในด้านลบที่เราสร้างขึ้นเอง ไม่ว่าจะกับตัวเอง เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน ลูกค้า หรือแม้แต่ตัวงานที่ทำอยู่ เช่น ฉันมันไม่ได้เรื่องเรามันไม่เก่งเพราะมีไอ้คนนี้มาร่วมทีมไงก็หัวหน้ามันจุกจิกจู้จี้ เป็นต้นความคิดในเชิงลบเช่นนี้ไม่เป็นผลดีทั้งกับสุขภาพกาย สุขภาพใจและคุณภาพของงานที่ทำ เพราะมันทำให้เรารู้สึกหดหู่ สิ้นหวังและไม่มีพลังใจในการทำงาน แก้ปัญหาต่างๆ และส่งผลให้งานที่รับผิดชอบไม่สำเร็จ เกิดเป็นความทุกข์ ซึ่งผิดกับคนที่มองโลกในแง่ดี จะมองเห็นและเข้าใจข้อดีของตัวเอง ผู้อื่นและสิ่งแวดล้อมได้มากกว่า มีความสุขใจ มีเพื่อนฝูงมาก ซึ่งส่งผลดีกับ สุขภาพโดยรวม ให้จำไว้ว่าคนเรามักจะเป็นอย่างที่คิด ถ้าเริ่มต้นก็คิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้เสียแล้ว ก็ยากที่จะหาหนทางที่เป็นไปได้เจอ แต่ถ้าคิดว่าเป็นไปได้

เราก็จะพยายามมองหาหนทางที่จะนำไปสู่ความเป็นไปได้ที่เราเชื่อว่า มีบางคนเคยพูดไว้ว่าช่วงชีวิตคนเราสั้นนัก ฉะนั้นไม่ควรเสียเวลาไปกับความคิดลบๆ ที่ทำให้ตัวเองเครียดและทุกข์ อีกอย่างความคิดในเชิงบวกเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ เพราะทำให้บรรยากาศโดยรวมดี และเมื่อมีหนึ่งคนคิดก็จะทำให้เกิดการส่งทอดไปยังคนข้างเคียง ว่ากันว่าเมื่อใดที่มีความเชื่อมั่นในความคิดเชิงบวก ก็เหมือนมีกระแสแม่เหล็กที่ดึงคนที่คิดในลักษณะเดียวกันให้เข้ามาหากัน เกิดเป็นกลุ่มพลังในทางบวก ซึ่งนั่นหมายถึงพลังในการขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน องค์กร หรือแม้แต่สังคมให้ไปในทางที่ดีแต่ก็บางคนที่มองว่าการมองโลกในแง่ดี เป็นการหลอกตัวเอง แล้วเลือกที่จะเกาะอยู่กับวิธีคิดและวิธีมองโลกในแบบเดิมๆ ที่ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็อยากให้ลองชั่งใจดูเอาว่าระหว่างความทุกข์ใจกับความสุข ใจที่เกิดขึ้นจากวิธีคิดที่แตกต่าง คุณจะเลือกแบบไหน

วิธีการผ่อนคลายจากการทำงานเพื่อให้เห็นภาพรวมในการทำงานทั้งหมด

Filed: อินเตอร์เน็ต @ 10:36am on November 27, 2014 No comments yet! :(

ส่วนใหญ่เราจะใช้เวลาในการเดินทางไม่ว่าจะมุดดินหรือลอยฟ้าไปจมปลักกับโซ เชียลเน็ตเวิร์กเสียเป็นส่วนใหญ่ ลองเปลี่ยนมาฟัง Podcast หรือ Audio Book หรือฟังเพลงที่ทำให้สร้างแรงบันดาลใจดูไหม แต่ถ้าจะให้แนะนำ podcast อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวไปสำหรับมนุษย์ไทยลองหยิบหนังสือมาอ่านระหว่างทางดีไหม อาจจะเป็นหนังสืออ่านเล่น หรือแนวการสร้างแรงบันดาลใจก็ได้ ซึ่งปกติเวลาไปทำงานจะพกหนังสือ 1-2 เล่มไว้ในกระเป๋าเพื่ออ่านเวลาเดินทางหรือต้องรอใครก็ตาม การมาก่อนเวลาทำให้เราสามารถโฟกัสว่าจะมีสิ่งใดต้องทำบ้างในวันนี้ สามารถจัดความสำคัญของงานได้ แถมยังเงียบด้วยเพราะคนอื่นเขายังไม่มากันหลายคนเลือกเชคเมลเป็นกิจกรรมแรกหลังจากเปิดคอมพิวเตอร์ หรือจ้องจะเชคเมลตลอดเวลาที่ทำงานอยู่ ลองเปลี่ยนเวลาการเชคเมลดูไหม กำหนดเวลาเป็นช่วงๆ เช่น จะเชคทุก 10 โมง และ 4 โมงเย็น เป็นต้น ลองคิดดูว่าคุณทำงานบางอย่างโดยเสียเวลาไปแทบทั้งวันหรือเปล่า? แล้วงานที่ทำไปนั้นสำคัญขนาดไหน ลองหันมาโฟกัสงานที่สำคัญที่สุดเป็นอันดับแรกดูไหม เมื่อเสร็จแล้วจึงค่อยดูอันถัดๆ ไป ลองวางแผนว่าในวันนี้คุณจะทำอะไรบ้าง มี Objective อะไรบ้างที่ต้องทำ หรือจะวางเป็นรายสัปดาห์ก็ได้เช่นกัน

เพื่อให้เห็นภาพรวมในการทำงานทั้งหมดลองกำหนดช่วงเวลาในการเบรค หยุดพักการทำงานของคุณเป็นช่วงเวลา เพราะคนเราคงไม่สามารถจดจ่อได้รวดเดียว 4 ชั่วโมง 8 ชั่วโมงแน่ๆ การพักทำให้เราอาจจะได้ไอเดียอะไรใหม่ๆ หรือเป็นการทบทวนสิ่งที่เราทำอยู่ก็เป็นได้การประชุม ให้ดำเนินการประชุมให้อยู่ในหัวข้อ และสนใจที่จะเข้าร่วมฟังหรือออกความเห็น ทั้งนี้ก็เพื่อให้เมื่อออกจากห้องประชุมแล้วเราจะได้เข้าใจอย่างชัดเจนว่าเราต้องทำอะไรและมีเป้าหมายในการทำเป็นอย่างไรออกกำลังกาย หาเวลาในการออกกำลังกายบ้าง การออกกำลังนอกจากจะช่วยลดความเครียดแล้ว ยังสามารถจะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้ดีขึ้นจากสมองที่ปลอดโปร่งความรอบคอบ ความเร็วในการทำงานเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่เมื่อเร็วแล้วก็ต้องแลกกับอัตราความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาด ลองลดความเร็วแล้วตรวจทานให้ดี เพื่อที่จะไม่ต้องกลับมาทำใหม่อีกรอบการสนับสนุน  ลองดูว่าสิ่งที่คุณทำไปสำเร็จมีอะไรบ้างแล้วแชร์ให้คนอื่นได้รับรู้บ้างเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนอืนๆ รวมทั้งสนับสนุนงานของเพื่อนร่วมงานของคนอื่นๆ ด้วย